How toผมร่วง ขาดง่าย เพราะ “มลพิษ” ศัตรูตัวร้ายทำลายเส้นผม - Beauty See First

ผมร่วง ขาดง่าย เพราะ “มลพิษ” ศัตรูตัวร้ายทำลายเส้นผม – Beauty See First

Tips&How to

ผมร่วง ขาดง่าย เพราะ “มลพิษ” ศัตรูตัวร้ายทำลายเส้นผม

จริงอยู่ที่ผลกระทบจากมลภาวะต่อเส้นผมไม่ร้ายแรง เมื่อเทียบกับปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่โลกกำลังเผชิญ แต่ถ้าพูดถึงในแวดวงความงามแล้ว “มลภาวะ หรือ มลพิษ” เปรียบได้กับศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ผมร่วงเยอะมาก ยิ่งใครอยู่กรุงเทพ หรือเมืองใหญ่ๆ ซึ่งค่ามลภาวะพุ่งขึ้นตลอดเวลา ก็ยิ่งมีโอกาสผมร่วงได้มากขึ้นเช่นกัน ฉะนั้นอย่ามัวชิลล์ เดินชิมสตรีทฟู้ด แต่งตัวเก๋กู้ดถ่ายภาพตามร้านกาแฟ จนลืมดูแลเส้นผมจากปัญหามลพิษกันนะคะ

Do you know? มลพิษทำร้ายเส้นผม

ไม่เห็นใช่ว่าไม่มี มลพิษอาจไม่แสดงตัวเป็นรูปร่าง และเป็นเรื่องที่คนส่วนมากมองข้าม แต่รู้ไหมว่า… มลพิษในอากาศมีขนาดเล็กกว่าต่อมรากผมถึง 20 เท่า และสามารถเข้าไปทำลายถึงแกนกลางของเส้นผม ให้ผมค่อยๆแห้งเสีย ไม่มีชีวิตชีวา หนังศีรษะขาดความสมดุล รวมถึงชะลอการเจริญเติบโตของเส้นผม จากนั้นเส้นผมก็จะค่อยๆ เปราะบาง ขาดง่าย และหลุดร่วงในที่สุด กระซิบว่าใครผมยาวมากๆ เนื้อผมก็มีโอกาสสัมผัสกับมลพิษมากขึ้น หรือช่วงที่มลพิษทวีความรุนแรง สาเหตุของผมร่วงก็จะมากขึ้นจาก 1 เป็น 2 3 4 5 จนตามติดเป็นเงาตามตัว

มาถึงตรงนี้เริ่มเข้าใจแล้วใช่ไหมคะ ว่าทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับวิธีการ หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแล และปกป้องเส้นผมจากมลพิษ ว่าแต่จะได้ผลจริงหรือไม่ มาลองดูกัน

มลพิษตัวร้าย ทำลายเส้นผมได้อย่างไร

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ในขณะที่ปัญหาสภาพภูมิอากาศเข้าขั้นรุนแรง คุณภาพอากาศ หรือ Air Quality ก็ค่อยๆ ปรับสภาพดีขึ้นในหลายๆปีที่ผ่านมา แต่ต้องมาสะดุดในปี 2016 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่ามีสาเหตุมาจาก กิจกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษในเมือง ชุมชน ปัญหาไฟป่า การจัดการ และควบคุมมลพิษทางอากาศไม่ค่อยดี

ซึ่งโดยทั่วไปคุณภาพอากาศจะถูกวัดจากปริมาณของอนุภาค หรือ PM ซึ่งก็คือ ฝุ่นละออง เขม่า ควัน และไอเสียต่างๆ ส่วนคำว่า particulate matter (PM) หากแปลตรงตัว คือ อนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยประมาณ 2.5 ไมโครเมตร เรียกว่าเล็กยิ่งกว่าเส้นผมของเรา ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ถึง 70 ไมโครเมตร ทั้งหมดนี้จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมถึงดูเหมือนมีหมอกจางๆ ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองจำนวนมาก ทว่านอกจากจะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของเราแล้ว ยังส่งผลเสียต่อเส้นผม ที่มักเป็นแหล่งสะสมของ PM ในอากาศ และถ้าหากเส้นผมและหนังศีรษะของเรานั้นมีความมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นแหล่งสะสมของ PM ได้มากขึ้นอีกด้วย ข้อมูลจาก https://www.byrdie.com/how-to-protect-your-hair-from-pollution-4775689

สรุป เส้นผมแบบไหนเสี่ยงมลพิษที่สุด

– ผมยาว เนื้อผมจะสัมผัสมลพิษได้มาก

– ผมบาง ฝุ่นเกาะได้ง่าย PM เข้าทำร้ายได้ไว

– ผมมัน ยิ่งเป็นแหล่งสะสมของมลพิษ เกาะติดไม่ไปไหน

– ผมแห้ง เกิดจากความอ่อนแอ โปรตีนน้อย ขาดภูมิป้องกัน

3 วิธี ดูแลเส้นผมอย่างไร ให้ไกลมลพิษ

              1.ป้องกันเท่านั้น ข้อสำคัญของการกีดกันมลพิษ

           เอาจริงๆก็เลี่ยงยาก เพราะแค่ออกจากบ้านก็เจอฝุ่น ควัน แสงแดด ถาโถมเข้ามาทำร้ายแบบไม่เกรงอกเกรงใจกัน ฉะนั้นหาวิธีปกป้องเส้นผม ด้วยการ สวมหมวก โพกผม รวบผม ถักเปีย หรือทำให้เส้นผมโดนมลพิษน้อยที่สุด คิดง่ายๆว่า ผิวยังมีเสื้อผ้าปกป้อง แล้วทำไมต้องปล่อยให้ผมสู้มลพิษโดยไม่ทำอะไรเลย

           2.สร้างความแข็งแรงจากภายใน ด้วยอาหารผม

           อาหารผิวยังมี แล้วทำไมจะไม่มีอาหารผมบ้าง แนะนำให้ทานผลไม้ที่มีวิตามินเอ อย่างแครอท มะเขือเทศ แคนตาลูป ซึ่งจะช่วยให้เส้นผมแข็งแรงไม่ขาดหลุดร่วงง่าย และผลไม้ที่มีธาตุเหล็ก อย่างลูกพรุน ลูกพีช ซึ่งช่วยป้องกันผมร่วง ผมลีบแบน และคอยเสริมความแข็งแรงให้เส้นผม

              3.เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ปกป้องเส้นผมจากมลพิษได้แน่นอน

        ในบางครั้งเราเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับมลพิษโดยตรง การยืดอกสู้ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และบำรุงเส้นผมในไลน์ Pollution จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของสาวรักผม อาทิ

           – เลือกแชมพูที่ตรงกับสภาพหนังศีรษะ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง และสารเคมีที่ตกค้างได้ดี

           – สครับ หรือ ดีท็อกซ์หนังศีรษะ อาทิตย์ละครั้ง หรือ เดือนละ 2-3 ครั้ง

           – บำรุงเส้นผมด้วยเซรั่มที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้รากผม

           – ใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากมลภาวะ ระหว่างวัน หรือในขณะที่ออกข้างนอกนานๆ

5 ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากมลภาวะ ที่ท้าให้ลอง

Anti Pollution Rinding Vinegar จาก Yves Rocher (329 บาท)

ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้าย ลงให้ทั่วเส้นผม แล้วล้างน้ำออกทันที ส่วนผสมของ moringa seed extract จะเข้าไปทำความสะอาด ลดความเหนียวของเส้นผม กระตุ้นการไหลเวียน ให้รากผมแข็งแรงขึ้น ใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

Novathrix Shampoo จาก Phyto (1,350 บาท)

แชมพูที่แก้ปัญหาผมร่วงจากทุกสาเหตุ ไม่ว่าจะกรรมพันธ์ ฮอร์โมน รวมไปถึงปัจจัยภายนอกอย่างความเครียด มลภาวะ สารเคมี ให้เส้นผมสะอาด และแข็งแรงขึ้น

Don’t Despair, Repair Deep Conditioning Mask จาก Briogeo (1,080 บาท)

ทรีทเม้นต์บำรุงเส้นผมสูตร Nova Complex ผสานส่วนผสมธรรมชาติ 95% อุดมไปด้วยวิตามินบี5 ช่วยฟื้นฟูให้ผมแข็งแรง เงางาม และมีน้ำหนัก

Anti Pollution Conditioner จาก Sachajuan

คอนดิชันเนอร์สูตรให้ความชุ่มชื่น ช่วยบำรุง ฟื้นฟู และปกป้องเส้นผมจากมลพิษ ให้ผมนุ่มสลวย มีความแข็งแรง และเงางามขึ้นจนรู้สึกได้

Protect & Prevent Spray จาก Moroccanoil

สเปร์ยปกป้องเส้นผมจากมลภาวะ ความร้อน และแสงแดด ช่วยดูแลความชุ่มชื่น ให้เส้นผมเรียงตัวสวย ตลอดจนปกป้องสีผมไม่ให้ถูกมลพิษทำร้ายได้ตลอดวัน

ในขณะที่เรากำลังใส่ใจและหันมาดูแลตัวเอง สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เราควรตระหนักถึงปัญหา และร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหา ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ยิ่งไปกว่านั้นเราสามารถเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว อย่างการช่วยพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้ดีขึ้นไปพร้อมๆกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใหม่ล่าสุด

More article